ต้นทุนนำเข้าไม่ได้มีเพียงราคาซื้อสินค้า ควรรวมค่าขนส่ง ประกันภัย ภาษี และค่าใช้จ่ายปลายทาง เพื่อเปรียบเทียบข้อเสนอได้ตรงกัน
กลุ่มที่ 1: ภาษีและอากร
อากรขาเข้าขึ้นอยู่กับพิกัดสินค้า อัตราที่ใช้ได้ และเงื่อนไขสิทธิประโยชน์ ส่วนฐานภาษีมูลค่าเพิ่มต้องพิจารณาราคาศุลกากรและภาษีอื่นที่เกี่ยวข้องกับสินค้านั้น
หากซื้อแบบ FOB หรือ EXW ต้องรวบรวมค่าขนส่งและประกันภัยที่เกี่ยวข้องเพื่อประกอบการพิจารณามูลค่าศุลกากร ไม่ใช่ใช้ราคาบน Invoice เป็นฐานโดยอัตโนมัติ
ตัวอย่างประกอบความเข้าใจ
สมมติมูลค่าศุลกากร 100,000 บาท อากร 10% และ VAT 7% โดยไม่มีภาษีอื่น ตัวเลขนี้เป็นสมมติฐานตัวอย่าง ไม่ใช่อัตราภาษีของสินค้าเฉพาะรายการ
อากร 10% เป็นตัวเลขสมมติ ส่วน VAT 7% เป็นอัตราที่ใช้อยู่ ตรวจสอบเมื่อ 11 ตุลาคม 2569
| รายการ | จำนวนเงิน |
|---|---|
| อากร: 100,000 × 10% | 10,000 บาท |
| ฐาน VAT: 100,000 + 10,000 | 110,000 บาท |
| VAT: 110,000 × 7% | 7,700 บาท |
| รวมภาษีตามสมมติฐาน | 17,700 บาท |
กลุ่มที่ 2: ค่าขนส่งและค่าบริการ
- ค่าระวางและค่าประกันภัย
- ค่า D/O และค่าธรรมเนียมเอกสาร
- ค่า THC ค่าท่า หรือค่าคลังสินค้า
- ค่าขนส่งในประเทศและค่าบริการพิธีการ
- ค่าเก็บรักษา Demurrage และ Detention ตามเงื่อนไข
ควรตรวจอะไรในใบเสนอราคา?
ตรวจว่าแต่ละรายการรวมอะไรแล้วบ้าง ใช้สกุลเงินใด คิดตามน้ำหนัก ปริมาตร หรือตู้สินค้า และมีค่าใช้จ่ายตามเงื่อนไขใดเพิ่มเติม ตรวจอัตราและสิทธิที่ใช้ได้ ณ เวลานำเข้าก่อนตัดสินใจ
ข้อมูลนี้เป็นความรู้เบื้องต้น ก่อนดำเนินงานจริงควรตรวจประกาศและเงื่อนไขล่าสุดตามสินค้าและวันทำรายการ
